วังจันทร์วัลเลย์
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) แจ้งว่าได้ลงนามในสัญญาก่อสร้าง 2 โครงการ รวมมูลค่า 3,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างศูนย์โลจิสติกส์เคอรี่บางนา ระยะที่ 3 ของบริษัท เคอรี่ โลจิสติกส์ (บางนา) มูลค่า 372.54 ล้านบาท
2. โครงการงานจ้างเหมาก่อสร้างงานโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค โครงการการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ เพื่อเขตนวัตกรรมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EECi (ในนามของ อิตาเลียน ไทยดีเวล๊อปเมนต์ – อิตัลไทยวิศวกรรม ค้าร่วม) ของบริษัท ปตท.(PTT) มูลค่า 2,643.27 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปตท. และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนา EECi ให้เป็นเมืองนวัตกรรมใหม่ที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0
โดยมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคบนพื้นที่ 3,455 ไร่ของ EECi ให้มีความทันสมัยในรูปแบบ Smart Natural Innovation Platform เอื้อต่อการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมครบวงจร โดยจะดึงบริษัทชั้นนำด้านไอทีของโลกเข้ามาลงทุนวิจัยและพัฒนา เช่น ไมโครซอฟท์ ไอบีเอ็ม อูเบะ CISCO SAP เป็นต้น
ITD รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/ 62 มีกำไรสุทธิ 21.76 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 52.36 ล้านบาท ลดลง 58% อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 8.9% เทียบกับ 11.3% ในไตรมาสก่อน และ 10.9 % ในปีก่อน จากบริษัทย่อยในต่างประเทศบางแห่งมีอัตรากำไรที่ลดลง ทั้งนี้ ไตรมาสแรกมีต้นทุนในการให้บริหารรับเหมาก่อสร้าง การขายและให้บริการ 13,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1,073 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้น 1,356 ล้านบาท ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีกำไรขั้นต้น 1,562 ล้านบาท
โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสแรกของปี 2562 ที่ 8.89 % น้อยกว่างวดเดียวกันของปีที่แล้ว ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอัตรา 10.85 % การลดลงของอัตราส่วนกำไรขั้นต้นส่วนหนึ่งเนื่องจากบริษัทย่อยในต่างประเทศบางแห่งมีอัตรากำไรลดลง นอกจากนี้ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 87 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีที่แล้วเป็นจำนวน 92 ล้านบาท การขาดทุนในงวดนี้ส่วนหนึ่งเนื่องจากการอ่อนค่าของรูเปียห์อินโดนีเซียเมื่อเทียบกับเงินบาท และการแข็งค่าของเงินยูโรและตากาบังกลาเทศเมื่อเทียบกับเงินบาท เป็นผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
อลังการ ปตท.วังจันทร์สมาร์ทซิตี้
ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 มิ.ย. 2562 05:25 น.
นางหงษ์ศรี เจริญวราวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์ วัลเลย์ เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างการนำสื่อมวลชนศึกษาดูงานการจัดการ เมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) และโครงสร้างพื้นฐาน ณ กรุงเวียนนา ประเทศ ออสเตรีย ว่า การมาศึกษาดูงานสมาร์ทซิตี้ ที่เมือง ASPERN SEESTADT ห่างจากกรุงเวียนนา 15 กิโลเมตร จะสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้
หลังจากที่รัฐบาลได้เลือกวังจันทร์ วัลเลย์ ที่จังหวัดระยอง ซึ่งดำเนินการโดย ปตท.ให้เป็นต้นแบบให้กับที่อื่นๆในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ภายใต้โครงการพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) “ปตท.ได้พัฒนาพื้นที่วังจันทร์ วัลเลย์ จังหวัดระยองมาหลายปีแล้ว เริ่มจากการปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว การสร้างโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และขณะนี้กำลังจะขยายพื้นที่ที่มีอยู่ราว 3,500 ไร่ ให้รองรับการเป็นสมาร์ทซิตี้ โดยจะใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบน้ำ ไฟฟ้า และระบบขนส่ง เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเข้ามาใช้พื้นที่ของวังจันทร์ วัลเลย์ ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะลงทุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแล้วเสร็จในปี 2563”
โดยภายในต้นเดือน ก.ค.นี้ ปตท.ได้เตรียมลงนามให้เช่าใช้พื้นที่กับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อทำโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์รูฟลอยน้ำ กำลังผลิตรวม 2 เมกะวัตต์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งขาติ (สวทช.) ก็น่าจะเช่าพื้นที่เพิ่มเติมอีก
ราว 200 ไร่ และยังมีความร่วมมือกับกลุ่มจีอีจากสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจีอีจะเข้ามาตั้ง Global Research Center ในพื้นที่ รวมทั้งความร่วมมือกับบริษัท หัวเว่ย จำกัด ในการจัดทำแผนงานร่วมกันในรูปของ Innovation Campus หรือศูนย์นวัตกรรมของหัวเว่ยด้วย สำหรับการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยหรือคอมมูนิตี้ โซน (Community Zone) นั้น จะมีทั้งหมดประมาณ 100 ไร่
ราว 200 ไร่ และยังมีความร่วมมือกับกลุ่มจีอีจากสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจีอีจะเข้ามาตั้ง Global Research Center ในพื้นที่ รวมทั้งความร่วมมือกับบริษัท หัวเว่ย จำกัด ในการจัดทำแผนงานร่วมกันในรูปของ Innovation Campus หรือศูนย์นวัตกรรมของหัวเว่ยด้วย สำหรับการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยหรือคอมมูนิตี้ โซน (Community Zone) นั้น จะมีทั้งหมดประมาณ 100 ไร่
ขณะนี้ได้เตรียมเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเช่าใช้พื้นที่ดังกล่าว เพื่อพัฒนาเป็นโรงเรียนนานาชาติ โรงแรม และห้างสรรพสินค้า โดยในไตรมาส 3 ของ ปีนี้ จะเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาพัฒนาสร้างโรงเรียนนานาชาติก่อน เนื่องจากเป็นความต้องการพนักงานที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ EECi ภายใต้เงื่อนไขสัญญา 30ปี และหลังจากนั้น จะทยอยการพัฒนาในส่วนอื่นๆ จนครบพร้อมเปิดให้บริการในปี 2565.
โรดโชว์วังจันทร์วัลเลย์ ปตท.ดึงลงทุนนวัตกรรม

เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซีไอ ในพื้นที่จังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ถูกกำหนดให้มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดการทำวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย
รวมถึงเป็นกลไกพัฒนาอุตสาหกรรมเดิมและยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ โดยนำร่องในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ก่อนที่จะขยายไปพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ซึ่งอีอีซีไอจะส่งเสริมให้อีอีซีเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการพัฒนาบุคลากรที่สำคัญ
ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.เตรียมจัดโรดโชว์เพื่อเปิดให้นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้เข้ามาเช่าใช้พื้นที่สำหรับตั้งโรงงานวิจัยและศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัทในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่อีอีซีไอ
ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.เตรียมจัดโรดโชว์เพื่อเปิดให้นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้เข้ามาเช่าใช้พื้นที่สำหรับตั้งโรงงานวิจัยและศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัทในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่อีอีซีไอ
แผนงานดังกล่าวจะเป็นการผลักดันให้เกิดศูนย์วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระดับประเทศ รองรับกิจกรรมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของทุกภาคส่วนในพื้นที่อีอีซีไอ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทลูกของกลุ่ม ปตท.ที่เริ่มเข้าไปเช่าพื้นที่แล้ว เช่น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.

รวมทั้งมีความร่วมมือกับนักลงทุนรายใหญ่หลายราย เช่น การลงนามระหว่าง ปตท.กับ บริษัท จีอี ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนนโยบาย “Thailand 4.0” ในการพัฒนาคนและการศึกษา รวมถึงขยายผลไปสู่การดำเนินการวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์ในอีอีซีไอ รวมทั้งมีการลงนามความร่วมมือกับ บริษัทหัวเว่ย เพื่อพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม และมีความร่วมมือกับ บริษัทบางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี
ในขณะที่ บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ก็เป็นคู่ค้าที่ทำเรื่องของการพัฒนาระบบ ซึ่งมีฐานผลิตอยู่แล้วก็จะได้เปรียบ รวมถึงการกำลังรวบรวมรายชื่อคู่ค้าในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็นคู่ค้า ปตท.กว่า 40 แห่ง หรือ ที่มีอยู่ประมาณ 300-500 ราย เพื่อเชิญชวนให้ทยอยเข้ามาร่วมด้วยลงทุนงานวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ด้วย โดยยังมีเวลาที่จะดำเนินการโรดโชว์ เพราะอีอีซีไอยังอยู่ระหว่างการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธรณูปโภคในพื้นที่ ต้องใช้เวลา 2-3 ปี กว่าจะแล้วเสร็จ
“การเปิดตัวอีอีซีไอจะดำเนินการหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะจัดโรดโชว์ได้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ หรือ ไตรมาส 1 ปี 2563 เพื่อดึงการลงทุนวิจัยและพัฒนา"
การโรดโชว์ดังกล่าวจะเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยมาบรรยาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่
ทั้งนี้ หากจัดโรดโชว์ในประเทศไทยเสร็จแล้วก็จะจะไปเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศที่เป็นกลุ่มมีนวัตกรรม เช่น ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ซึ่ง ปตท.จะไปเป็นทีมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และมีแผนไปโรดโชว์ยุโรป 2-3 ครั้ง จะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือน พ.ค.2563
“ปตท.หวังให้ไทยสร้างนวัตกรรมและโซลูชั่นใหม่ให้ประเทศ ซึ่งคนไทยมีความรู้ที่จะดำเนินการเองได้ แต่อาจขาดความพร้อมบางเรื่องจึงต้องร่วมมือกันสนับสนุน”
ในขณะที่คณะกรรมการ ปตท.ยืนยันจัดสรรงบสนับสนุน โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ที่เป็นแหล่งกำเนิดบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่อเนื่องอีก 10 ปี (2565-2574) จากเดิมที่จัดสรรงบถึงปี 2564
รวมทั้งที่ผ่านมามีสถานบันการเงิน เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย มาสนับสนุน รวมถึงมีบริษัทต่างๆ มาสนับสนุน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสนามกีฬา เป็นต้น อีกทั้งมีแผนจะไปชักชวนบริษัทในเครือ ปตท.มาช่วยลงทุนด้วย
รวมทั้งที่ผ่านมามีสถานบันการเงิน เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย มาสนับสนุน รวมถึงมีบริษัทต่างๆ มาสนับสนุน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสนามกีฬา เป็นต้น อีกทั้งมีแผนจะไปชักชวนบริษัทในเครือ ปตท.มาช่วยลงทุนด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเชื่อมั่นการดำเนินงานของสถาบันวิทยสิริเมธี โดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสนับสนุนเงินทุน 180 ล้านบาท เพื่อวิจัยและพัฒนาการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน โดยตั้งโรงงานต้นแบบผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและลิเธียมซัลเฟอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการกักเก็บไฟฟ้าได้ดี และมีแผนจะนำไปใช้กับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่กระทรวงพลังงานสนับสนุนด้วย
กลุ่ม ปตท.ยังได้วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่หลายโครงการ เช่น บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี ลงนามสัญญากับบริษัท 24M Technologies จากสหรัฐ เพื่อรับสิทธิดำเนินการธุรกิจผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่ในอาเซียน
ขณะที่สถาบันนวัตกรรมของ ปตท. ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้วิจัยและพัฒนาตัวชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับชาร์จในรถยนต์และมีแผนผลิตเชิงพาณิชย์
ขณะที่สถาบันนวัตกรรมของ ปตท. ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้วิจัยและพัฒนาตัวชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับชาร์จในรถยนต์และมีแผนผลิตเชิงพาณิชย์
“สิ่งที่ศึกษาจะมาเร็วหรือช้า ก็ต้องศึกษาไว้ ถามว่า จะทำสำเร็จ 100% หรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่ก็ต้องศึกษาไว้ก่อน”
สำหรับการพัฒนาอีอีซีไอ มีพื้นที่ 3,500 ไร่ เฟสแรกใช้งบ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.Community Zone 2.Innovation Zone และ 3.Education Zone ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ไทยลดการขาดดุลการค้ากรณีต้องซื้อสิทธิบัตรการใช้นวัตกรรมจากต่างประเทศ
สำหรับการพัฒนาอีอีซีไอ มีพื้นที่ 3,500 ไร่ เฟสแรกใช้งบ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.Community Zone 2.Innovation Zone และ 3.Education Zone ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ไทยลดการขาดดุลการค้ากรณีต้องซื้อสิทธิบัตรการใช้นวัตกรรมจากต่างประเทศ
สถานที่ตั้งของ EECi
เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) “ระบบนิเวศนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก” เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และสมบูรณ์ รองรับการทำวิจัยและพัฒนา ต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ด้วยนวัตกรรม
EECi ตั้งอยู่ที่วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 344 (บ้านบึง – แกลง) ภาคตะวันออกของประเทศไทย กว่า 3,500 ไร่ ดำเนินการโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

EECi ตั้งอยู่ห่างจากสถานที่ต่างๆ ดังนี้
160 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานคร
170 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
130 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
90 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
90 กิโลเมตร จากเมืองพัทยา
78 กิโลเมตร จากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง
68 กิโลเมตร จากท่าเรือมาบตาพุด
110 กิโลเมตร จากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ
เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ณ วังจันทร์วัลเลย์ มีเนื้อที่โดยรวมประมาณ 3,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) สถาบันวิทยสิริเมธีย์ (VISTEC) และโครงการปลูกป่าวังจันทร์รวมกันประมาณ 1,000 ไร่ และพื้นที่รอการพัฒนาร่วมกันระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประมาณ 2,000 ไร่ สำหรับที่แห่งนี้ จะมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรม 2 ประเภท คือ (1) ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (ARIPOLIS) รวมถึง (2) อุตสาหกรรมชีวภาพ (BIOPOLIS)
ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์นี้ จะถูกออกแบบให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ ที่พร้อมรองรับกิจกรรมวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ EECi ได้แก่ พื้นที่รองรับการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาของภาคเอกชน ศูนย์พัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้น (Startups and Innovation Center) แหล่งรวมศูนย์วิเคราะห์ทดสอบและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยายผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ (Translational Research Infrastructure) เช่น โรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) โรงงานสาธิต (Demonstration Plant) และพื้นที่ทดลองผลิตและพื้นที่ทดสอบตลาด (Living Lab) เป็นต้น นอกจากนี้ ในบริเวณพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ยังมีพื้นที่พักอาศัย สถานที่พบปะสังสรรค์ สถานที่ออกกำลังกาย พื้นที่สีเขียวยั่งยืน โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ/โรงเรียนสองภาษา เพื่อรองรับนวัตกร ผู้เชี่ยวชาญไทยและต่างประเทศ เอกชน ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ เพื่อให้เป็นพื้นที่เพื่อการพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย
จุดเด่นสำคัญของพื้นที่
1) สถานที่ตั้งรายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมกว่า 30 แห่ง ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
2) โครงการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งที่ทันสมัยในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่
- ทางถนน ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) พัทยา – ระยอง และ แหลมฉบัง – นครราชสีมา
- ทางราง รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ – ระยอง
- ทางอากาศ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
- ทางน้ำ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรือพาณิชย์จุกเสม็ด
3) ใกล้ชิดสถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น