ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

EEC จุดเปลี่ยนประเทศไทย


ปาฐกาถาพิเศษ ดร ไพรินทร์ ชูโชติถาวร KVIS & VISTEC 7 สิงหาคม 2558

Knowledge Innovation Trend: Thailand’s Do or Die Part1

Knowledge Innovation Trend: Thailand’s Do or Die Part2

Knowledge Innovation Trend: Thailand’s Do or Die Part3


eeci วังจันทร์วัลเลย์

EEC จุดเปลี่ยนประเทศไทย (13ก.ย.62) ฟังหูไว้หู

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 ได้มีการประชุม ‘คณะทำงานขับเคลื่อนการจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก’ (Eastern Economic Corridor of Innovation : EECi) ครั้งที่ 1/2560 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน และผู้บริหารของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นคณะทำงานฯ ได้พิจารณาจัดหาพื้นที่และความเหมาะสมในการจัดตั้ง ‘พื้นที่นวัตกรรมใหม่’ ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EECi


ที่ประชุมมีมติกำหนดพื้นที่ตั้ง EECi 2 แห่ง ได้แก่

1. พื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งสุขลาอำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี
2. วังจันทร์วัลเลย์  พื้นที่ของบริษัท ปตทจำกัด (มหาชนตั้งอยู่ที่ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง









www.nstda.or.th

เลือก ‘วังจันทร์วัลเลย์’ พื้นที่นวัตกรรมหนึ่งเดียว
การดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา วทโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปรับปรุงแผนแม่บทการพัฒนา EECi โดยกำหนดให้ใช้วังจันทร์วัลเลย์ เป็นพื้นที่ตั้งของ EECi เพียงแห่งเดียว เนื่องจากมีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที ทั้งในด้านการปรับปรุงแก้ไขผังเมือง โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในเดือนมกราคม 2562 ด้วยวงเงินก่อสร้างประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท

ปตทพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 3,455 ไร่

สำหรับพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ที่จะใช้ทำโครงการ EECi เป็นที่ดินของบริษัท ปตทจำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยอยู่ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 (ชลบุรี – แกลงมีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 160 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิประมาณ 130 กิโลเมตร ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาประมาณ 90 กิโลเมตร จากตัวเมืองพัทยาประมาณ 90 กิโลเมตร และจากระยองประมาณ 70 กิโลเมตร  โดย ปตท.โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเบื้องต้น จำนวน 153 ไร่ ที่ประกาศเป็นเขตส่งเสริมฯ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น วท.จึงได้ประสานกับ สกพอเพื่อประกาศพื้นที่ของ เขตส่งเสริม : เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ให้ครบถ้วนต่อไป (เนื้อที่รวม 3,455ไร่)


6 อุตสาหกรรมที่จะมีการลงทุนใน EECi

สำหรับเนื้อที่โดยรวมประมาณ 3,455 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) สถาบันวิทยสิริเมธีย์ (VISTEC) และโครงการปลูกป่าวังจันทร์รวมกันประมาณ 1,000 ไร่ และพื้นที่รอการพัฒนาร่วมกันระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ บริษัท ปตทจำกัด (มหาชนประมาณ 2,455 ไร่ สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่ EECi จำนวน 2,455  ไร่ในวังจันทร์วัลเลย์ ดำเนินการโดย สวทชตามกรอบเวลาคือ ภายในเดือนมกราคม 2562 จากนั้นอีก 2 ปี จะเปิดให้ภาคธุรกิจเข้าใช้พื้นที่ทั้งเอกชนไทยและต่างประเทศใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่
  • อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์สมัยใหม่
  • อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  • อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
  • อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
  • อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ
  • อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
ทั้งนี้ คัดเลือกมาจาก 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ 12 S-Curve ที่จะมีการลงทุนในพื้นที่ EEC 3 จังหวัดภาคตะวันออกนั่นเอง

จุดเด่นของวังจันทร์วัลเลย์

วังจันทร์วัลเลย์ ได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ ที่พร้อมรองรับกิจกรรมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ EECi ได้แก่ พื้นที่รองรับการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาของภาคเอกชน ศูนย์พัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้น (Startups and Innovation Center) แหล่งรวมศูนย์วิเคราะห์ทดสอบและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยายผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ (Translational Research Infrastructure) เช่น โรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) โรงงานสาธิต (Demonstration Plant) พื้นที่ทดลองผลิตและพื้นที่ทดสอบตลาด (Living Lab)
นอกจากนี้ ในบริเวณพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ยังมีที่พักอาศัย สถานที่พบปะสังสรรค์ สถานที่ออกกำลังกาย พื้นที่สีเขียวเพื่อความยั่งยืน โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ/โรงเรียนสอนภาษา เพื่อรองรับนวัตกร ผู้เชี่ยวชาญไทยและต่างประเทศ เอกชน ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนานวัตกรรมของประเทศไทย









www.nstda.or.th

ด้านทำเลที่ตั้งรายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรมกว่า 30 แห่ง ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีโครงการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งที่ทันสมัยในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่
  • ทางถนน ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์พัทยา – ระยอง และ แหลมฉบัง – นครราชสีมา
  • ทางราง รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ – ระยอง
  • ทางอากาศ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
  • ทางน้ำ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรือพาณิชย์จุกเสม็ด
ความก้าวหน้าด้านการพัฒนา EECi
ปัจจุบัน BOI ได้ให้สิทธิประโยชน์ใน EECi ที่ครอบคลุมการลงทุนในอุทยานวิทยาศาสตร์ต่างๆ ในระหว่างการพัฒนาพื้นที่ใน EECi ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ โดยมี บริษัท ได้แก่
  • ปตท.สพ., พีทีที.โกลบอลเคมีคัลบางกอก อินดัสเทรียลแก๊ส และ BioLASCO แสดงเจตจำนงลงทุนอาคารนวัตกรรมใน EECi เพิ่มเติมจากที่มี 4 บริษัท และตั้งห้องปฏิบัติการใน VISTEC แล้ว
  • มหาวิทยาลัยเกียวโต จัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านวัสดุสมัยใหม่ร่วมกับ VISTEC ใน EECi แล้ว
  • CAAT ลงนามข้อตกลงร่วมพัฒนา EECi เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ทดสอบ-ทดลองอากาศยานไร้คนขับ (UAV Regulatory Sandbox)
  • ให้สถานประกอบการ 13 ราย ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ 63 ชุมชน และเกษตรกร 1,432 คน รวมถึงนําร่องการใช้ Plant Factory ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญภายใต้ BIOPOLIS โดยร่วมกับจังหวัดนครพนมอีกทางหนึ่ง
  • https://www.salika.co/2018/12/13/eeci-wang-chan-valley-rayong/

พาชม โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)


กบนอกกะลา : เลาะรั้วกำเนิดวิทย์ ห้องเรียนยุคใหม่ปั้นเด็กสร้างชาติ ช่วงที่ 1/4 (28 ส.ค 58)


กบนอกกะลา : เลาะรั้วกำเนิดวิทย์ ห้องเรียนยุคใหม่ปั้นเด็กสร้างชาติ ช่วงที่ 2/4 (28 ส.ค 58)


กบนอกกะลา : เลาะรั้วกำเนิดวิทย์ ห้องเรียนยุคใหม่ปั้นเด็กสร้างชาติ ช่วงที่ 3/4 (28 ส.ค 58)


กบนอกกะลา : เลาะรั้วกำเนิดวิทย์ ห้องเรียนยุคใหม่ปั้นเด็กสร้างชาติ ช่วงที่ 4/4 (28 ส.ค 58)


เห็นกับตา ตอน โรงเรียนกำเนิดวิทย์



"ปตท"...กับอนาคตการศึกษาไทย RAIST 18 ก.พ. 2015


ตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส : "กำเนิดวิทย์" โรงเรียน "เด็กอัจฉริยะ" วิทยาศาสตร์ (8 ม.ค. 59)

ปตท.ยกระดับ “วังจันทร์วัลเลย์” สู่ Innovation – Smart City 

หนุนโครงการ EECi “นวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก”











นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน)

หลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะผลักดันพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย โดยประกาศยกระดับพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และระยอง ให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “ไทยแลนด์ 4.0” และกำหนดให้พื้นที่ “วังจันทร์วัลเลย์” จังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ประมาณ 3,455 ไร่ ให้เป็นโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะ หรือ “smart city” ภายใต้เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi@Wangchan Valley) มีเป้าหมายที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ หรือ innovation platform รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (new S-curve) โดยนำผลงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง นำมาพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในโครงการ EEC ของรัฐบาล
เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2562 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารของบริษัท ปตท. ได้นำคณะสื่อมวลชนไปศึกษาดูงานเมืองอัจฉริยะที่ประเทศออสเตรียและประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับโครงการ EECi วังจันทร์วัลเลย์ ซึ่งตามแผนงานของบริษัท ปตท. กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2562 หรืออย่างช้าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 หลังจากนั้น ปตท.และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน และยุโรป เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ ต่อไป
นายชาญศิลป์กล่าวว่า ปกติภูมิอากาศของประเทศในแถบยุโรปส่วนใหญ่จะมีอากาศหนาวเย็น แต่การเดินทางมาศึกษาดูงานครั้งนี้ ทั้งคณะต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 38-40 องศาเซลเซียส ดังนั้น นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ของประเทศยุโรปจึงพยายามคิดค้นวิธีที่จะอยู่กับโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น หลายประเทศในแถบนี้จึงหันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ smart city กันอย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ วางแผนการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย
“ที่น่าสนใจมีอยู่ 2 เมือง คือ เมือง Aspern Seestadt ประเทศออสเตรีย ที่นี่ก็มีการจัดทำโครงการ Smart City บนพื้นที่ 1,500 ไร่ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเวียนนาประมาณ 15 กิโลเมตร โดยมีบริษัท Siemens เป็นแกนนำในการพัฒนาด้านนวัตกรรมผ่านศูนย์ Smart City Research เชื่อมโยงกับอาคารที่อยู่อาศัย สำนักงาน บริการทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและพัฒนาแก่ภาคธุรกิจ ส่วนที่ Aspern Smart City จะเน้นเรื่องระบบคมนาคมขนส่ง คล้ายกับโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีรถไฟบางซื่อของการรถไฟแห่งประเทศไทย”





Aspern Smart City เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย
ที่มาภาพ: www.tovatt.com/
Grenoble Innovation for Advanced New Technologies: GIANT
เมืองเกรอโนเบิล ประเทศฝรั่งเศส
โครงการ GIANT Innovation PARK

สำหรับ smart city ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโครงการวังจันทร์วัลเลย์ มากที่สุดจะอยู่ที่เมืองเกรอโนเบิล (Grenoble) ประเทศฝรั่งเศส ที่นี่มีจุดเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมหนักคล้ายกับโครงการ EEC ของรัฐบาล ต่อมาถูกพัฒนาขึ้นเป็น smart city โดยให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนานวัตกรรมพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานลม, โซลาร์เซลล์, ขยะ และของเสียต่างๆ ทั้งหมดถูกนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีบริษัท Schneider Electric เป็นผู้ดูแลในเรื่องของนวัตกรรม รวมทั้งมีการวางระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ และปริมาณการใช้พลังงานได้ทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
การออกแบบตัวอาคารที่อยู่อาศัย หรือสำนักงานของที่เมืองเกรอโนเบิลคำนึงถึงหลักธรรมชาติเป็นสำคัญ ยกตัวอย่าง ช่วงกลางคืนมีอากาศหนาวเย็นกว่าช่วงกลางวัน สถาปนิกก็ออกแบบตัวอาคารให้สามารถกักเก็บอากาศเย็นเอาไว้ภายในตัวอาคาร ส่วนน้ำฝน, น้ำที่บริโภคแล้ว และของเสียต่างๆ ถูกเก็บไว้ในใต้ถุนของตัวอาคาร เพื่อหล่อเลี้ยงตัวอาคารให้เกิดความเย็น ช่วยประหยัดการใช้พลังงาน ส่วนขยะก็มีการคัดแยก ส่วนหนึ่งนำไปรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ และอีกส่วนหนึ่งนำไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า หรือ ที่เรียกว่า “zero waste” ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันประเทศฝรั่งเศสตั้งเป้าหมายที่จะใช้พลังงานทดแทนผลิตกระแสไฟฟ้าแทนพลังงานนิวเคลียร์ให้ได้ 100% ภายในปี 2050
นอกจากนี้ เมืองเกรอโนเบิลยังเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานวิจัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำของฝรั่งเศส หรือ ที่เรียกว่า “Grenoble Innovation for Advanced New Technologies” (GIANT Innovation Campus) คอยความช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร จนทำให้เกรอโนเบิลได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นเมืองที่มีความคิดสร้างสรรค์อันดับที่ 5 ของโลก ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางด้านการพัฒนานวัตกรรม สาขาไมโครและนาโนเทคโนโลยี (Minatec), พลังงานและสิ่งแวดล้อม, ชีวศาสตร์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
การศึกษาดูงานที่ออสเตรียและฝรั่งเศสจะนำมาประยุกต์ใช้กับโครงการ “วังจันทร์วัลเลย์” อย่างไรนั้น นายชาญศิลป์ กล่าวว่า โครงการวังจันทร์วัลเลย์ถือเป็น innovation platform ครั้งแรกของเมืองไทย โดย ปตท.เป็น 1 ใน 50 หน่วยงาน ที่ร่วมพยายามผลักดันให้โครงการนี้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเครือในเครือ ปตท.และพันธมิตรได้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EECi แล้วประกอบด้วย บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ร่วมกับพันธมิตรของ ปตท. ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาโครงการวังจันทร์วัลเลย์ให้เป็นเมืองประหยัดพลังงานต้นแบบของเมืองไทย ตอนนี้เริ่มก่อสร้างอาคาร ลงทุนวางระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อทำเป็นศูนย์รวม innovation hub ให้กับเมืองไทย และพร้อมสนับสนุนนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ไทย ให้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เหมือนกับ GIANT Innovation Campus ของประเทศฝรั่งเศส
“ผมสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ GIANT ว่ากว่าจะคิดค้นงานนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ในแต่ละเรื่องใช้เวลานานแค่ไหน เจ้าหน้าที่ บอกว่าต้องใช้เวลา 6-10 ปี ผมคิดว่านักวิทยาศาสตร์หรือ วิศวกรของไทยเองก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกนี้ ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ไทยหลายคนไปทำงานให้กับบริษัทชั้นนำของโลก สามารถคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ได้ และนำกลับมาขายให้กับคนไทย แต่ทำไมเราไม่ดึงคนเก่งๆ เหล่านี้กลับมาทำงานให้กับประเทศไทยบ้าง” นายชาญศิลป์ กล่าว
นายชาญศิลป์กล่าวต่อปตท.จะสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่องอีก 10 ปี ขณะนี้ได้จัดสรรงบประมาณเข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่ EECi แล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท และล่าสุดที่ประชุมบอร์ด ปตท.มีมติเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ EECi ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (STEM Education) ต่อไปอีก 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2565-2574 )
ด้านนางหงษ์ศรี เจริญวราวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชี้แจงรายละเอียดของโครงการวังจันทร์วัลเลย์ ว่า ก่อนที่วังจันทร์วัลเลย์จะได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้เป็นเมืองอัฉริยะต้นแบบของเมืองไทย ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ปตท.ได้เข้าไปลงทุนพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ เริ่มจากการปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว ก่อสร้างโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และสถาบันวิทยสิริเมธี หลังจากวังจันทร์วัลเลย์ ได้รับการประกาศให้เป็นเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ปตท.ได้จัดสรรงบประมาณ 3,000 ล้านบาทเข้ามาลงทุนก่อสร้างอาคารและวางโครงสร้างพื้นฐาน โดยเชิญ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานพิธีเปิดหน้าดินโครงการก่อสร้าง EECi เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 และได้มีการลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัท อิตาเลี่ยน ไทย ดีเวลล๊อปเม้นท์ (ITD) และบริษัท อิตัลไทย วิศวกรรม (ITE) ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของ EECi เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562
ส่วนความคืบหน้าของโครงการ EECi ขณะนี้ได้มีการลงเสาเข็มก่อสร้างตัวอาคาร Intelligence Operating Center (IOC) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะ ตัวอาคารของ IOC เราใช้ระบบตัว Greenbelt Designing Building เป็นระบบตรวจเช็คพลังงานต่างๆ มี KPI ตรวจจับการใช้พลังงานในตัวอาคาร อุณหภูมิ ในอาคารที่อยู่อาศัย สำนักงาน โดยผู้อาศัย หรือ ผู้เช่าพื้นที่ทุกคนที่อยู่ใน EECi จะเห็นประมาณการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า ได้ตลอดเวลาผ่าน ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงาน คาดว่าจะมีการวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563
ในเร็วๆ นี้ ทาง ปตท.จะมีการลงนามกับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) เพื่อจัดทำโครงการโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูฟ ผลิตกระแสไฟฟ้า 2 เมกะวัตต์ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปตท.ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับบริษัท GE ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม Global Research Center และยังได้ลงนาม MOU กับบริษัทหัวเว่ย ร่วมกันจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา Innovation Campus ของบริษัทหัวเว่ยด้วย
สำหรับการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย (community zone) มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ จะประกอบไปด้วยอาคารที่อยู่อาศัย โรงแรม โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้าและนันทนาการ โดยบริษัทหรือนิติบุคคลต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EECi จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึง 13 ปี ยกเว้นภาษีอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ สำหรับบุคคลธรรมดาเสียภาษีเงินได้ในอัตรา 17% ของเงินได้ ถือว่าต่ำที่สุดในเอเชีย ส่วนนักลงทุน นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศจะได้รับวีซ่าทำงาน 5 ปี (smart visa) ศูนย์บริการด้านการลงทุน การขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (one-stop service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนทั่วโลก
“EECi มีความสำคัญต่อโครงการ EEC ของรัฐบาลเป็นอย่างมาก หากไม่มี EECi เชื่อว่า Thailand 4.0 ไม่เกิด กล้าพูดอย่างนี้เพราะว่าไทยแลนด์ 4.0 จะเกิดได้ต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อการยกระดับประเทศไทยผ่านนวัตกรรม ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคิดค้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นมา 6 รายการ เพื่อนำไปสร้าง value added หรือ ต่อยอดให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย (S-curve) ซึ่งมีทั้งหมด 12 รายการ” นางหงส์ศรีกล่าว
นางหงส์ศรีกล่าวว่า อุตสาหกรรมขั้นสูงทั้ง 6 รายการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คัดเลือกเข้ามาอยู่ในโครงการ EECi เริ่มจากอุตสาหกรรมเกษตรแนวใหม่และไบโอเทค สืบเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร หากสามารถยกระดับภาคการเกษตรขึ้นมาเป็น “เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่” ได้ รวมทั้งอุตสาหกรรมไบโอฟีลและไบโอเคมิคอล ก็จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้
จากการที่พื้นที่จังหวัดระยองส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมหนัก เรื่องของการพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพสูงจึงมีความสำคัญที่จะนำไปใช้เป็นฐานของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, ปัญญาประดิษฐ์, การบินและอวกาศ และอุตสาหกรรมผลิตเครื่องมือแพทย์ นี่คืออุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายใหม่ของประเทศไทย ในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงเตรียมการจัดตั้งศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (ARIPOLIS), ศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ (BIOPOLIS) และ ศูนย์กลางและฐานในการรังสรรค์นวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (SPACE KRENOVAPOLIS) ในส่วนของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ก็จะเข้ามาลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตหุ่นยนต์สำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมใต้น้ำ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563
“วันนี้วังจันทร์วัลเลย์พร้อมเป็นฐานนวัตกรรมของประเทศ มุ่งยกระดับคุณภาพของชีวิต ขับเคลื่อนชุมชนสังคมและเศรษฐกิจ สู่ความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยแนวคิดบริหารจัดการเขตนิเวศนวัตกรรมด้วยระบบอัจฉริยะ หรือ smart natural innovation platform ตอบโจทย์วิถีการใช้ชีวิตในอนาคตที่มีความสะดวกสบาย และปลอดภัยภายใต้แนวคิดเมืองอัจฉริยะ ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม” นางหงส์ศรีกล่าว



สถาบันวิทยสิริเมธีเปิดรับนศ.ปริญญาโท - เอก 2 สาขา | 21 ก.ค. 61 | เต็มข่าวค่ำ



ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พาชมสถาบันวิทยสิริเมธี รายการ กฤษนะล้วงลูกพรีเมี่ยม 15-5-59 ช่วง 1


ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พาชมสถาบันวิทยสิริเมธี รายการ กฤษนะล้วงลูกพรีเมี่ยม 15-5-59 ช่วง 2


SMART ENERGY ตอน VISTEC ต้อนรับสื่อมวลชนเยี่ยมชมอาคารสำนักวิชาแห่งใหม่


VISTEC สถาบันผลิตนักวิจัยเพื่อโลกอนาคต (27ก.ค.61) กาแฟดำ ค่ำนี้ 


โครงการสถาบันวิทยสิริเมธี และ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง

ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของคณะผู้บริหาร กลุ่ม ปตท. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา และเห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศไทยควรมีโรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยอย่างแท้จริงและมีคุณภาพเทียบเท่าสถาบันชั้นนำของโลก เพื่อสร้างเสริมเยาวชนให้มีความเป็นเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดดทัดเทียมประเทศชั้นนำในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์  นั่นคือจุดเริ่มต้นของ “โครงการจัดตั้งโรงเรียนวิทยาศาสตร์และสถาบันอุดมศึกษากลุ่ม ปตท. พื้นที่ภาคตะวันออก” ในจังหวัดระยอง
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักในการผลิตนักวิจัย สร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมระดับ แนวหน้า รวมถึงสร้างสรรค์พลังแห่งการเรียนรู้ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้เจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด  เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานชื่อแด่โรงเรียนวิทยาศาสตร์ระยองและสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยองว่า “โรงเรียนกำเนิดวิทย์” และ “สถาบันวิทยสิริเมธี” ตามลำดับ  โดยสถาบันทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 900 ไร่  ณ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง  
โรงเรียนกำเนิดวิทย์  (Kamnoetvidya Science Academy; KVIS)  เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 โดยมุ่งหวังบ่มเพาะและสร้างเด็กที่มีความพร้อมที่จะเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์และสามารถต่อยอดและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่ประเทศ  โรงเรียน    จะเน้นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยกลุ่ม ปตท. สนับสนุนทุนการศึกษาทั้งหมด ทั้งนี้ นักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนได้ผ่านการสอบคัดเลือกจาก 5,000 คนทั่วประเทศเหลือเพียง 72 คน แบ่งเป็นห้องละ 18 คน เพื่อไม่ให้จำนวนนักเรียนหนาแน่นจนเกินไป
สถาบันวิทยสิริเมธี”  (Vidyasirimedhi Institute; VISTEC)  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานนามชื่อโรงเรียนซึ่งมีความหมายว่า “สถาบันแห่งผู้รู้อันยอดเยี่ยมด้านวิชาวิทยาศาสตร์” และพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ประดับที่ป้ายชื่อสถาบัน  ให้เป็นเกียรติยศอันสูงยิ่งต่อสถาบันฯสืบไป ทั้งนี้ สถาบันฯ เปิดสอนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกโดยดำเนินการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด  มีเป้าหมายผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “ในระดับโลก” เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสร้างความเจริญ และนับเป็นข้อได้เปรียบที่ กลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจด้วยความก้าวหน้า มีโรงงานหลากหลายรูปแบบ  ทำให้สถาบันวิจัยจึงเป็นเสมือนสถานที่ฝึกงานให้กับนักศึกษาของสถาบันฯ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงซึ่งต่างจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ
สถาบันวิทยสิริเมธีมีเป้าหมายที่จะเป็น “มหาวิทยาลัยวิจัย” โดยมิได้เพียงสร้างบัณฑิตแต่เป็นการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและความเป็นเลิศทางวิชาการ ตลอดจนสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะด้าน  ตัวชี้วัดความสำเร็จของสถาบันฯ จึงไม่ใช่จำนวนผู้จบการศึกษา หากแต่เป็นผลงานทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้ สถาบันฯ มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 50 ของโลก และเป็น World Research University ภายในปี 2035 หรือ พ.ศ. 2578
โครงการ: สถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง
ความสัมพันธ์กับกลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคม: Growth
วัตถุประสงค์
ด้วยความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ในการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยองและโรงเรียนวิทยาศาสตร์ระยองเพื่อผลิตบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ
  • รองรับความต้องการกำลังคนด้านนักวิจัย วิศวกร และบุคลากรเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและปิโตรเลียม
  • การรายงานข่าวในเชิงบวก
  • แหล่งของนวัตกรรมและความรู้ใหม่
ตัวชี้วัดผลประโยชน์ทางสังคม/สิ่งแวดล้อม

“ VISTEC ” สถาบันในฝันของคนเก่งสายวิทย์

 “ VISTEC ” สถาบันในฝันของคนเก่งสายวิทย์
25 กรกฎาคม 2561
จัดว่ามาแรงสุดๆ และเป็นที่ใฝ่ฝันของบัณฑิตสายวิทย์ทั้งหลาย สำหรับ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุดล้ำ ก่อตั้งโดยกลุ่ม ปตท. โดยได้รับพระราชทานนามสถาบันฯ จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดฯ เมื่อปี 2558
ปัจจุบัน สถาบันแห่งนี้เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ 4 สำนักวิชาในระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก ได้แก่ สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุลสำนักวิชาวิทยาการพลังงานสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และ วิศวกรรมชีวโมเลกุล (สนับสนุนการจัดตั้งโดยธนาคารกสิกรไทยฯ) และ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (สนับสนุนการจัดตั้งโดยธนาคารไทยพาณิชย์ฯ) โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานวิจัยชั้นสูงที่สามารถก่อให้เกิดนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบโจทย์การพัฒนา และผลิตผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเป็นนักวิจัยและสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป
สาเหตุที่ถูกยกให้เป็น “สถาบันในฝัน” ก็เนื่องจากนักศึกษาที่นี่ นอกจากจะได้รับทุนเรียนฟรีแบบไม่มีมีข้อผูกมัด ได้รับค่าใช้จ่ายรายเดือน มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมอุปกรณ์และห้องแล็บสุดล้ำ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังได้ทุนสำหรับเดินทางไปทำวิจัยในต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วนั้น อีกหนึ่งสิ่งที่หาจากที่ไหนไม่ได้ก็คือ ทำเลที่ตั้งที่รายล้อมด้วยธรรมชาติแสนบริสุทธิ์บนพื้นที่กว่า 3 พันไร่ของ “วังจันทร์ วัลเล่ย์” ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นที่ดินของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ห้องสมุดดิจิทัลซึ่งบรรจุตำราและเอกสารวิชาการจากทั่วโลกในรูปแบบออนไลน์
ความพิเศษก็คือ “วังจันทร์ วัลเล่ย์” ถูกบรรจุอยู่ในแผนของภาครัฐภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor; EEC) เพื่อยกระดับพื้นที่ จ.ระยอง จ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย พร้อมวางเป้าหมายให้มีการพัฒนาวังจันทร์ วัลเล่ย์ สู่การเป็นเมืองนวัตกรรมในฐานะ “เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” หรือ EECi

ห้องประชุมภายในห้องสมุดดิจิทัล
นั่นย่อมหมายความว่า...การที่เราจะได้เห็นหุ่นยนต์เดินไปมาบนพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป
ห้องปฏิบัติการสุดล้ำที่นักศึกษาสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
กำลังพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน หรือที่เรียกว่า Internet of Things
“ เด็กของเรา ทั้งนักเรียนที่โรงเรียนกำเนิดวิทย์ และที่ VISTEC จะได้รับทุนเรียนฟรี พวกเขามีหน้าที่แค่เป็นคนดี มีความตั้งใจที่จะพัฒนาสิ่งดีๆ ให้กับประเทศ และตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ซึ่งความทุ่มเทที่เราทำนี้ ไม่ได้ทำเพื่อกลุ่มปตท. เท่านั้น แต่เราทำเพื่อประเทศไทย เพราะเรา เชื่อว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือส่วนสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าและทำให้ประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืน ล่าสุดเราได้เปิดสาขาวิชาเพิ่ม คือ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล  และ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากเราเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจ สามารถแก้ปัญหา และยกระดับสังคมได้ โดยเฉพาะเรื่องวิศวกรรมชีวโมเลกุลนั้นถือว่า สำคัญอย่างมาก เพราะไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่เรายังไม่สามารถต่อยอดสินค้าเกษตรสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทยได้ ” นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เอ่ยถึงวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสถาบันวิทยสิริเมธี รวมถึง        “โรงเรียนกำเนิดวิทย์” (KVIS) ซึ่งเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อพัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
การก่อตั้งทั้งสองสถาบันดังกล่าว ตอกย้ำอย่างชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ของกลุ่มปตท. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลแก่ประเทศ โดยหวังให้เป็นสถานศึกษาเชิงลึกที่ผลิตบุคลากรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่การแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างทัดเทียม และขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจริยธรรมให้เพียบพร้อมเป็นคนเก่งและคนดีด้วย
สำหรับเป้าหมายที่วาดไว้ คือ ต้องการให้สถาบันวิทยสิริเมธีเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพทัดเทียมสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับโลก ติดอันดับ 1 ใน 50 สถาบันวิจัยระดับโลก ภายใน 20 ปี
นักศึกษากำลังทดสอบการควบคุมคอมพิวเตอร์ผ่านสมองโดยไม่ต้องใช้มือป้อนคำสั่ง
“VISTEC เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่มีรูปแบบการเรียนการสอนในลักษณะของ Industrial Hospitalsซึ่งจะมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีมาตั้งศูนย์ธุรกิจที่นี่ ส่งผลให้นักวิจัยของเราจะทำงานบนโจทย์จริงๆ เพื่อสามารถพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบรับความต้องการในเชิงพาณิชย์ได้อย่างตรงจุด ใช้งานได้จริง เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย” ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ร่วมกล่าวถึง แผนการส่งเสริมความเป็นเลิศในสาขาวิจัยที่จำเป็นต่อโลกอนาคต
และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีที่ผ่านมา มีนิสิตของ VISTEC ได้ไปทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ มหาวิทยาลัย Oxford, มาวิทยาลัย Munich, มหาวิทยาลัย Bordeaux และ มหาวิทยาลัย Kyoto ฯลฯ โดยสถาบันวิทยสิริเมธีได้ผลิตผลงานวิจัยทีมีคุณภาพสูง ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากลหลายฉบับ ได้รับการจัดอันดับงานวิจัยที่มีคุณภาพจากจากดัชนีวารสารชั้นนำระดับโลก Nature Index Ranking 2017 ให้อยู่ในอันดับที่ 1 ของไทย ด้าน Chemical Science จึงมั่นใจว่า เป้าหมายการเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพทัดเทียมสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับโลกติดอันดับ 1 ใน 50 สถาบันวิจัยระดับโลก ภายใน 20 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง
ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)
โดยเฉพาะการที่ วังจันทร์ วัลเล่ย์ ได้รับบรรจุในแผน EECi และจะมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาใช้พื้นที่ร่วมกันนี้ ยิ่งจะช่วยยกระดับให้การศึกษาวิจัยของ VISTEC ที่อยู่ร่วมกับพื้นที่อุตสาหกรรมนวัตกรรมชั้นสูง สามารถตอบสนองตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเชื่อมต่อองค์ความรู้ไปสู่สินค้าหรือบริการทำให้สามารถปรับเปลี่ยนได้รวดเร็วตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติให้มั่นคง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วังจันทร์วัลเลย์

hermoscan ผู้ช่วยคัดกรองขั้นต้น ในภาวะ COVID-19 แพร่ระบาด